หากรัฐบาลมีความสามารถในการหารายได้โดยการจัดเก็บภาษี หรือค่าบริการต่างๆ ที่ เพียงพอต่อการใช้จ่ายสาธารณะ สถานะทางการคลังของรัฐบาลย่อมอยู่ในระดับท่ีมั่นคงและเข้มแข็ง แต่ถ้า เมื่อใดที่รัฐบาลมีความสามารถในการหารายได้ท่ีจํากัด ขณะเดียวกันก็มีความต้องการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ มากเกินกว่ารายได้ที่มีในช่วงเวลาหนึ่งๆ รัฐบาลอาจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการก่อหนี้สาธารณะ หรือนํา เงินคงคลังท่ีมีอยู่มาใช้จ่ายเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเป็นคราวๆ ไป แต่ถ้าหากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไข ปัญหาการขาดดุลทางการคลังติดต่อกันได้ในระยะยาวแล้ว หนี้สาธารณะของรัฐบาลย่อมอยู่ในระดับท่ีสูง ความน่าเช่ือถือของรัฐบาลในการชําระหนี้ย่อมลดลง และอาจนําไปสู่การลดลงของระดับการลงทุนภายในประเทศ ท้ายที่สุดย่อมกระทบต่อระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงมิได้และหากผลกระทบใน ลักษณะนี้เกิดข้ึน ประชาชนแต่ละคนย่อมเป็นผู้ท่ีแบกรับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจตกตำ่าอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่เกินตัวของรัฐบาลนั่นเอง3
ดังนั้นในระยะยาว ประเทศไทยสามารถพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณรัฐเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และลดความไม่เท่าเทียมระหว่างภูมิภาคได้ นโยบายงบประมาณของประเทศไทยสามารถปรับเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีบริการสาธารณะที่ไม่พอเพียง เพื่อยกระดับการบริการให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ได้